มีการกำหนดระดับ...ของ เสื้อต่อต้านกระสุน (Bulletproof vest)
ไม่แน่ใจว่าแปลเป็นไทย...เหมาะสมหรือไม่นะครับ....
เพราะ...ไม่น่าจะแปลว่า...เสื้อเกราะ....

img225/4042/covertvestkevlarmu9.jpg


NIJ กำหนดระดับของ Bulletproof vest ไว้ 6 ระดับ ครับ...ได้แก่...

ระดับ 1
Type 1 (ชนิด 1) คือ เสื้อที่สามารถป้องกันกระสุนในขนาด .22 LR
ที่มีหัวกระสุนหนัก 40 เกรนและมีความเร็วไม่เกิน 1,050 ฟุต/วินาที
และกระสุนขนาด .380ACP
ที่มีหัวกระสุนหนัก 95 เกรนและมีความเร็วไม่เกิน 1,025 ฟุต/วินาที
หรือกระสุนในขนาด .38 RNL
ที่มีหัวกระสุนหนัก 158 เกรนและความเร็วไม่เกิน 850 ฟุต/วินาที ครับ

ระดับ 2
Type 2A (ชนิด 2A) คือ เสื้อที่สามารถป้องกันกระสุนในขนาด 9 มม. พาราฯ แบบ FMJ
ที่มีหัวกระสุนหนัก 124 เกรนและมีความเร็วไม่เกิน 1,090 ฟุต/วินาที
และกระสุนขนาด .40 S&W แบบ FMJ
ทีมีหัวกระสุนหนัก 180 เกรนและมีความเร็วไม่เกิน 1,025 ฟุต/วินาที
รวมไปถึงป้องกันกระสุนในระดับ 1 ด้วย

ระดับ 3
Type 2 (ชนิด 2) คือ เสื้อที่สามารถป้องกันกระสุนในขนาด 9 มม. พาราฯ แบบ FMJ
ที่มีหัวกระสุนหนัก 124 เกรนและมีความเร็วไม่เกิน 1,175 ฟุต/วินาที
และกระสุนในขนาด .357 แม็กนั่ม แบบ Jacketed Soft Point (JSP)
ที่มีหัวกระสุนหนัก 158 เกรนและมีความเร็วไม่เกิน 1,400 ฟุต/วินาที
รวมไปถึงป้องกันกระสุนในระดับ 1 และ 2 ด้วย

ระดับ 4
Type 3A (ชนิด 3A) คือ เสื้อที่สามารถป้องกันกระสุนขนาด 9 มม. พาราฯ แบบ FMJ
ที่มีหัวกระสุนหนัก 124 เกรนและมีความเร็วไม่เกิน 1,400 ฟุต/วินาที
และกระสุนในขนาด .44 แม็กนั่ม แบบ SJHP
ที่มีหัวกระสุนหนัก 240 เกรนและมีความเร็วไม่เกิน 1,400 ฟุต/วินาที
รวมไปถึงป้องกระสุนในระดับ 1, 2 และ 3 ด้วย

ระดับ 5
Type 3 (ชนิด 3) คือ เสื้อที่สามารถป้องกันกระสุนจากปืนเล็กยาวในขนาด 7.62 มม. แบบ FMJ
หรือแบบ M 80 ของกองทัพอเมริกา
ที่มีหัวกระสุนหนัก 148 เกรนและมีความเร็วไม่เกิน 2,750 ฟุต/วินาที
ซึ่งในเสื้อระดับนี้...จะมีอุปกรณ์ใดเพิ่มเติมทางทหารอีกหรือไม่...ผมไม่แน่ใจครับ
รวมไปถึงป้องกันกระสุนในระดับ 1, 2, 3 และ 4 ด้วย

ระดับ 6
Type 4 (ชนิด 4) คือ เสื้อที่สามารถป้องกันกระสุนแบบเจาะเกราะขนาด 30-06
แบบ M 2 AP ของกองทัพอเมริกา
ที่มีหัวกระสุนหนัก 166 เกรนและมีความเร็วไม่เกิน 2,850 ฟุต/วินาที
ซึ่งในเสื้อระดับนี้...จะมีอุปกรณ์ใดเพิ่มเติมทางทหารอีกหรือไม่...ผมไม่แน่ใจครับ
รวมไปถึงป้องกันกระสุนในระดับ 1, 2, 3, 4 และ 5 ด้วย

แต่ทั้งนี้...และทั้งนั้น....
มิได้หมายความว่า...การสวมเสื้อในลักษณะนี้....
ท่านผู้ตกเป็นเป้าหมาย...จะสามารถเดินเหิน...หรือทำการตอบโต้ได้อย่างเป็นปกติสุข
เหมือนในภาพยนตร์นะครับ



ดังนั้น ความสามารถในกรณี การเจาะเกราะ ของกระสุน นั้น
จะถูกแบ่งไปตามความสามารถในการต่อต้านหรือ ต้านทานของเสื้อกันกระสุน ครับ










การลอบยิงข้าราชการหรือแม้กระทั่งผู้บริสุทธิ์
ยังคงมีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ค่อย ๆ ลดน้อยลงไปทุกที ๆ
ทุกคนรู้อยู่แก่ใจถึงความเสี่ยงที่ตนเองอาจจะถูกลอบยิงเมื่อไหร่ก็ได้
เพียงแต่ไม่รู้ว่าใครจะเป็นรายต่อไปเท่านั้นเอง...

“เสื้อเกราะ” จึงเป็นอุปกรณ์ป้องกันชีวิต
ที่ครูและเจ้าหน้าที่ของรัฐอุ่นใจได้ว่า...ชีวิตจะมีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม


เสื้อเกราะ หรือเสื้อเกราะกันกระสุน หมายถึง
เสื้อหรือสิ่งใด ๆ ที่ผลิตหรือประกอบรวมขึ้นด้วยแผ่นเกราะ เพื่อป้องกันหรือ
ลดอันตรายจากกระสุนปืนที่ยิง บริเวณลำตัวของผู้ที่สวมใส่

ส่วนประกอบของเสื้อเกราะนั้น โดยทั่วไปจะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ
เสื้อนอก (Outside Shell Carrier)
เป็นส่วนที่ใช้สำหรับรับแรงกระแทกอาจจะมีส่วนที่ใช้แผ่นเหล็ก หรือเซรามิก
เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับแรงกระแทก

ส่วนที่สองเรียก ว่า ส่วนยึดรั้ง (Fastening Sys- tem)
ใช้ยึดเสื้อเกราะกับร่างกายทำให้เกิดความกระชับ

และส่วนที่สาม แผ่นรับแรงกระแทก (Ballistic Panel)
ลักษณะเป็นใย ทอจากใยสังเคราะห์ เมื่อถูกแรงกระแทกจะเกิดการยึดตัว
ช่วยดูดซับพลังงาน เพื่อลดความเร็วของกระสุนที่ผ่านเข้ามา
มีการนำวัสดุประเภทใยสังเคราะห์มาผลิตเสื้อเกราะเพิ่มมากขึ้น
เพราะมีน้ำหนักเบา และมีความแข็งแรงกว่าโลหะ

วัสดุที่ใช้ในปัจจุบัน คือ เส้นใย อะรามิด(Aramid Fiber)
เป็นเส้นใยประเภท อลิเอไมด์ หรือไนลอน
มีความแข็งแกร่ง และแข็งแรงสูง สามารถคงรูปได้ดี
ทนต่ออุณหภูมิสูงถึง 370 องศาเซลเซียส
หรืออาจจะเป็นเส้นใยโพลิเอทิลีน
ชนิดความแข็งแรงสูงยิ่งยวด (Ultra High Strength Polyethylene Fiber)
เป็นเส้นใยโพลีเอทิลีน ซึ่งกระบวนการผลิตต้องใช้เทคนิคพิเศษ
ทำให้มีความแกร่ง แข็งแรง น้ำหนักเบาและราคาถูกกว่าเส้นใย อะรามิด
แต่อุณหภูมิที่ใช้งานต่ำกว่า

“เมื่อกระสุนวิ่งมากระทบกับเสื้อเกราะจะถูกยึดจับไว้ด้วยเส้นใยที่แข็งแรงมาก
เรียกกันว่า “เว็บ” (Web) เส้นใยเหล่านี้
จะดูดซับและกระจายพลังงานการกระแทกของกระสุนที่ส่งผ่านมายังตัวเสื้อ
เป็นผลให้กระสุนนั้นเกิดการบิดเบี้ยวหรือเสียรูปไป
พลังงานที่เกิดขึ้นนั้นจะถูกดูดซับไว้ด้วยแต่ละชั้นของเส้นใย
จนกระทั่งกระสุนนั้นหยุดลงในที่สุด
ดังนั้นการทอเส้นใยให้ยิ่งหนาแน่นมากเท่าไรก็
จะยิ่งมีความทนทานต่อแรงกระสุนมากขึ้นเท่านั้น”
นี่คือลักษณะการทำงานของเสื้อเกราะ

ในขณะที่กระสุนมากระทบกับเสื้อเกราะ
พลังงานจากกระสุนจะถูกดูดซับและแพร่กระจายไปตามชั้นของเส้นใยเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุด
คือร่างกาย การกระแทกร่างกายจะเรียกว่า “บลันท์ ทรอมา” (Blunt Trauma)
หมายถึง อาการฟกช้ำ
ซึ่งอาการดังกล่าวจะต้องอยู่ในระดับที่ไม่ปรากฏอาการออกมาให้เห็น
ร่างกายของคนเราจะสามารถทนทานต่ออาการ บลันท์ ทรอมา ได้ปริมาณหนึ่ง
ซึ่งเราสามารถทดสอบ และคิดค่าออกมาได้เรียกว่า “Back Face Signature”
มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร

ในปัจจุบันมีมาตรฐานการทดสอบเสื้อเกราะ อยู่หลายมาตรฐาน ที่นิยมใช้กัน
โดยมาตรฐานที่เก่าแก่ที่สุดได้แก่ มาตรฐานของ NIJ (U.S. National Institute of Justice)
เรียกว่า มาตรฐาน U.S. NIJ.0101. 03
มาตรฐานนี้ กำหนดค่า Back Face Signature เท่ากับ 44 มิลลิเมตร
ในปัจจุบันมีการปรับปรุงเป็น U.S. NIJ.0101.04
นอกจากนี้ยังมีมาตรฐาน U.S. PPAA 1989-05 กำหนดค่า 44 มิลลิเมตร เช่นเดียวกัน
แต่จำนวนนัดของกระสุนที่ยิงใส่เสื้อเกราะน้อยกว่า
ดังนั้นเสื้อเกราะบางชนิดสามารถผ่านมาตรฐาน PPAA ได้
แต่ไม่ผ่านมาตรฐาน NIJ.
ถือได้ว่ามาตรฐาน NIJ. เป็นมาตรฐานที่ใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุด
ทั้งในสหรัฐ ออสเตรเลีย เอเชีย ตะวันออกกลาง
และประเทศในยุโรปบางประเทศ เช่น ฟินแลนด์ และอังกฤษ

มาตรฐาน NIJ. กำหนดค่าระดับการป้องกัน ออกเป็น 6 ระดับ
เริ่มจากระดับ 1 สำหรับกระสุนขนาด .38 รีวอลเวอร์
ไปจนถึงระดับ 4 สำหรับกระสุนเจาะเกราะไรเฟิล ขนาด .30-06

ส่วนมาตรฐาน PPAA กำหนดค่าระดับการป้องกันออกเป็นเพียง 5 ระดับ (ไม่มีระดับ 1)

สำหรับประเทศไทยมีร่างมาตรฐานยุทโธปกรณ์
ที่จัดทำโดยคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหม (กมย.กห.)
ว่าด้วยเกราะกันกระสุน
ซึ่งได้แปล วิเคราะห์ ประยุกต์ และเรียบเรียง ให้เหมาะสมกับประเทศไทย
โดยอิงมาตรฐาน U.S. NIJ.0101.04 ตามความจำเป็น
และเหมาะสมเพื่อมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยเป็นหลัก
ในคราวประชุมครั้งที่ 4/47 เมื่อ 25 ส.ค. 47 และครั้งที่ 5/47 เมื่อ 1 ก.ย. 47
ได้พิจาราณาแล้ว มีมติเห็นชอบให้การรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์ฉบับนี้
เป็นมาตรฐานยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหม
และยกเลิกมาตรฐานเสื้อเกราะกันกระสุน กห. ที่กำหนดตาม U.S. NIJ.0101.03


โดยสามารถจำแนกตามระดับความสามารถในการกันกระสุน ปืนได้เป็น 6 ระดับ

ระดับที่ 1 เป็นระดับที่สามารถกันกระสุนที่เป็นภัยคุกคามที่มีหัวกระสุนขนาด .22LR และ .380ACP ได้

ระดับที่ 2A สามารถป้องกันกระสุนในขนาด 9 มม. พาราฯ และกระสุนขนาด .40 S&W และระดับ 1 ได้

ระดับที่ 2 เสื้อเกราะแบบมาตรฐานใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วโลก
เป็นเสื้อเกราะมาตรฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐ กันกระสุนได้เกือบทุกชนิด
ยกเว้นกระสุนปืนพกที่มีอำนาจการทะลุทะลวงสูง

ระดับที่ 3A เป็นระดับที่สามารถกันกระสุนปืนพกโดยทั่วไปได้
เป็นเสื้อเกราะที่ออกแบบโดยการรวมคุณสมบัติการป้องกันกระสุน
และป้องกันการเสียบแทงด้วยวัตถุมีคมเข้าด้วยกัน
สามารถป้องกันวัตถุมีคมได้ทุกชนิดที่มีแรง ไม่เกิน 81.2 ฟุต/ปอนด์

ระดับที่ 3 เสื้อเกราะชนิดพิเศษถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันกระสุนปืน 44 แมกนั่ม รีวอลเวอร์
ซึ่งโดยปกติ กระสุนชนิดนี้ สามารถทะลุทะลวงผ่านเสื้อเกราะคุณภาพต่ำได้
นอกจากนี้ยังสามารถกันกระสุนความเร็วสูงจำพวกกระสุนปืนพก
และปืนกลเบาขนาด 9 มิลลิเมตรได้ดี

และสุดท้าย ระดับที่ 4 เสื้อเกราะชนิดนี้
ถูกออกแบบมาสามารถกันกระสุนปืนเล็กยาวชนิดเจาะเกราะขนาด 30-40
และที่รุนแรงน้อยกว่าทั้งหมด

..........การมีเสื้อเกราะไว้ในครอบครองนั้น
จะต้องขอรับใบอนุญาตจากกรมการอุตสาหกรรมทหารเสียก่อนจึงจะนำมาใช้งานได้
ตาม พ.ร.บ. ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530

........“เสื้อเกราะ” คงช่วยให้เสียงร้องไห้และคราบน้ำตา เบาบางลงไปได้บ้าง...

ในอดีตมนุษย์ได้นำวัสดุหลากหลายมาทำเป็นเสื้อเกราะ
เพื่อใช้ในการป้องกันตัวเองจากอันตราย
เมื่ออยู่ในภาวะสงครามหรือสถานการณ์ที่เสี่ยงต่ออันตราย

โดยแรกเริ่มนั้น ชุดเกราะและโล่ถูกทำขึ้นจากหนังสัตว์
จากนั้นพัฒนาเป็นเกราะไม้และเกราะโลหะ
โดยโลหะมักใช้กับร่างกายดังที่เราคุ้นเคยกันดีกับภาพบรรดาอัศวินทั้งหลายในยุคกลาง
สวมใส่ขณะออกรบ
เมื่อเวลาผ่านไปเสื้อเกราะดังกล่าวก็ใช้ไม่ได้ผลกับอาวุธสมัยใหม่
จำพวกกระสุนปืนต่าง ๆ ซึ่งในเวลานั้นสิ่งที่ป้องกันกระสุนปืนได้ดีที่สุด
คือ ที่กำบังที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น กำแพงหินหรืออิฐ หรือที่กำบังธรรมชาติ

มีหลักฐานบันทึกไว้ว่าเสื้อเกราะอ่อนได้ถูกใช้เป็นครั้งแรก
โดยชาวญี่ปุ่นในยุคกลาง เป็นเสื้อเกราะที่ทำจากผ้าไหม
แต่ผลจากการศึกษาพบว่าเสื้อเกราะผ้าไหมนั้น
สามารถกันได้แต่กระสุนที่มีความเร็วต่ำ (400 ฟุต/วินาทีหรือน้อยกว่า)
โดยที่ไม่สามารถกันกระสุนปืนสมัยใหม่ที่มีความเร็วเกิน กว่า 600 ฟุต/ วินาทีได้
ดังนั้นเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการผลิตแล้วเสื้อเกราะผ้าไหมมีราคาสูงถึงตัวละ 800 ดอลลาร์สหรัฐ
(เทียบกับค่าของเงินใน ค.ศ. 1998 เท่ากับ 1,400 ดอลลาร์สหรัฐ)
ทำให้ไม่เป็นที่ยอมรับ

เสื้อเกราะกันกระสุนรุ่นต่อมาเกิดขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ถูกเรียกว่า “แฟลค แจ๊กเกต” ผลิตขึ้นจากไนลอนสามารถกันสะเก็ดระเบิด
และใช้ได้ผลอย่างดีกับการคุกคามของปืนพกและปืนไรเฟิล
แต่เสื้อเกราะชนิดนี้มีข้อจำกัด คือ มีขนาดใหญ่เทอะทะและใช้ได้แต่ในวงการทหารเท่านั้น

จนกระทั่งปลายยุค 1960 ค้นพบเส้นใยสังเคราะห์ชนิดใหม่เรียกว่า เคฟล่าร์ (Kevlar) ของดูปอง
ที่สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นับจากนั้นเสื้อเกราะถูกผลิตขึ้นจากวัสดุต่าง ๆ จากหลายบริษัท




ข้อมูล : นาวาโทหญิงสุรวรรณ ลิ้มสัมพันธ์ หัวหน้าแผนกการวัตถุระเบิด
กองศึกษาและวิจัย กรมสรรพาวุธทหารเรือ

 

CREDIT

gunsandgames.com

weekendhobby.com

 

 

edit @ 21 May 2008 19:06:57 by 50000000VOLT

Comment

Comment:

Tweet

ขายเสื้อเกราะกันกระสุน,ขายเสื้อกันกระสุน,ขายเกราะกันกระสุน,เสื้อเกราะกันกระสุน

eazy2buy Shop

ขายเสื้อเกราะกันกระสุน
ขายเสื้อเกราะกันกระสุนแบบสอดแผ่นเหล็ก มีหลายแบบหลายสี และรับสั่งทำแผ่นเหล็กกล้าสำหรับสอดเสื้อเกราะ
สำหรับผู้ที่ต้องทำงานในพื้นที่เสียงต่อโจรผู้ร้าย

ยังมีสินค้าอื่นๆให้เลือกชมอีกมากมาย เช่น
ขายปืนไฟแช็ค,ขายสนับ,ขายดาบปลายปืนAK,ขายซองพกปืน,ขายกระเป๋าใส่ปืนยาว
ขายลูกกระสุนปืน,ขายน้ำยารมดำเย็น,ขายน้ำมันล้างปืน,ขายแส้ล้างทำความสะอาดลำกล้อง
*กระสุนปืนขายให้เฉพาะผู้ที่มีใบอนุญาติ ป.4 ตรงตามขนาดกระสุนเท่านั้น*

สนใจสั่งซื้อสินค้าเชิญที่เว็บไซด์
http://www.yeepou.com/shop/th-eazy2buy-330

#23 By E2B (172.16.0.210, 61.90.101.21) on 2012-01-13 14:40

เป็นข้อมูลที่เป็นวิทยาทานอย่างมากครับ

#22 By thepnorasing (182.53.96.109) on 2011-04-27 10:26

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

อยากทราบ รายละเอียดของกฎหมายการนำเข้า
เสื้อกันกระสุน และแผ่นเกราะป้องกันกระสุนค่ะ

รบกวนขอข้อมูลจากท่านด้วยค่ะ

#21 By กฤติลักษณ์ (118.172.73.53) on 2011-04-24 18:08

ซื้อปืนพกไว้กับตัวดีกว่าครับ

ถ้าไม่แน่ไม่นอนก็ยิงซะเลย

โจรมันจะเอาก็คือเอา

#20 By คุณวิทย์ (222.123.119.93) on 2010-12-31 18:58

เสื้อเกราะส่วมไว้ที่ตัวใช่ไหมครับ

แต่ถ้าผู้ร้ายมันยิงที่หัวละครับ

คิดว่าถ้ามีหรือไม่มี

ความเสี่ยงมันไม่ต่างกันมากครับ

#19 By คุณวิทย์ (222.123.119.93) on 2010-12-31 18:55

ฉันสนใจอยากจะซื้อเสื้อเกราะไว้ให้คุณพ่อ แต่ไม่ทราบว่าแบบไหนถึงจะเหมาะกับท่าน ราคาประมานเท่าไรค่ะ คุณพ่อทำงานที่เสี่ยง และบ้างครั้งโดนข่มขู่ตลอดเวลา เลยอยากซื้อให้ท่านค่ะ ช่วยตอบรายละเอียดหรือ สะดวกโทรกลับที่ 089-1572886 นะค่ะ

#18 By ไวน์ (125.25.234.218) on 2010-12-06 20:39

confused smile sad smile tongue double wink wink embarrassed big smile

#17 By (118.173.151.51) on 2010-09-23 13:56

<a href="http://ykoofzyeizpasgk.com">rhuwfpvrtlpxnls</a> http://mrcgpkhxbhfxjoz.com [url=http://jbdzhcyukrovoeo.com]pitywvhvhjtphvk[/url]

#16 By ffbssryjii (94.102.52.87) on 2010-06-13 23:24

<a href="http://maakmmggdsffxeu.com">yffiecjmecpsvfa</a> http://eesxixprwycdebt.com [url=http://wnfkchmosqccrjm.com]sturdleienuzkjo[/url]

#15 By gligtcigaf (94.102.52.87) on 2010-06-10 18:42

<a href="http://xfqjhdmtnybdpuv.com">vmkxrrrgcgspxpm</a> http://fjzsdeebyggpahe.com [url=http://wszbmyivoynukza.com]lpztuttfiyuxogc[/url]

#14 By xbquddugqq (94.102.52.87) on 2010-06-07 19:57

ที่เป็นยุทธภัณฑ์ ในความคิดผมนะถ้าเกิดว่าคนที่ใส่เป็นคนไม่ดีหละครับและมีอาวุธปืนด้วย ตำรวจก็แย่ซิครับ เพราะฉนั้นผมคิดว่า ก็น่าจะใส่ได้ แค่ตำรวจหรือทหารที่เสี่ยงจริงๆ คนธรรมดาไมามีความจำเป็นต้องใส่ครับและหนักอีกต่างหาก

#13 By (118.172.63.168) on 2010-06-04 15:51

ผมว่าความจำเป็นที่จะมีเสื้อเกราะกันกระสุนคงไม่เกี่ยวกับว่าใครจะเป็นประชาชน หรือตำรวจ หรือตำรวจธรรมดา หรือทหารหลอกครับ เพราะประโยชน์ของเสื้อเกราะก็คือใช้กันกระสุนที่ยิงมายังคนที่ใส่ ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น จึงสรุปว่าหากผู้ใดตกอยู่ในภาวะอันตรายเป็นเป้าของวิถีกระสุนปืนแล้ว ก็คงจะมีสิทธิ์ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้

#12 By ตำรวจ (222.123.227.182) on 2010-06-03 09:28

เสื้อเกราะที่ทหราใช้เป็นระดับไหนครับ ราคาประมาณเท่าไรครับ

#11 By tl3ojr (124.157.158.8) on 2010-05-21 14:48

ปัจจุบัน ตามหลักกฏหมาย ประชาชนไม่สามารถซื้อเสื้อเกราะกันกระสุนได้ น่าจะรวมไปถึงตำรวจธรรมดาด้วย

แต่ถ้าทหาร หน่วยคอมมานโด หน่วยจู่โจม หน่วยปราบจราจล คงใส่ได้ชัว 100%

เสื้อเกราะบางระจัน ราคา 5000 บาท
เสื้อเกราะพระเจ้าตากสิน ราคา 5000 บาท
เสือเกราะระดับ LV ต่างๆ ราคา 20000-100000 บาท
เสื้อเกราะเคฟล่า ราคา 20000-100000
เสื้อเกราะสเป้กตร้า ราคา 20000-100000

#10 By 50000000VOLT on 2009-11-15 15:47

รบกวนขอข้อมูลท่านสักเล็กน้อยค่ะ
แผ่นเกราะป้องกันกระสุนระดับ 3 และระดับ 4 ราคาจากโรงงานประมาณเท่าไหร่คะ พอทราบมั๊ยคะ รบกวนด้วยค่ะ

#5 By ปนัดดา (203.113.86.139) on 2009-09-16 10:28

ขอบคุณสำหรับขอมูลครับ
ถ้าผมเป็นทหาร(ทหารพราน)ผมจะซื้อเกราะใด้มั๊ยครับ
และใด้ในระดับใหนใครรู้ช่วยตอบทีจะขอบคุณอย่างแรงๆๆเลยครับ ถ้าใด้รูปกับราคาด้วยยิ่งดีมากๆๆครับ
ขอเพียงจดจำเหล่าผู้เสียสละเพื่อประชาชน
เพื่อประเทศแล้วบอกต่อให้คนข้างๆๆคุณใด้รับรู้
เพียงเท่านี้เข้าเหล่านั้นก็จะไม่มีวันตายจากใจของเราbig smile

#2 By IPINAJ (125.26.29.27) on 2009-03-06 20:38

เสื้อเกราะ...
แม้จะช่วยได้มากในหลายๆอย่าง
แต่...ราคาสูงพอสมควร
เลยทำให้ทหาร ตำรวจ ได้รับกันไม่ทั่วถึง...

(ไว้อาลัยให้ทหาร ตำรวจ...)

แต่...ถึงใส่เสื้อเกราะ
แรงกระแทกเท่าหมัดเขาทราย
ก็ยังทำให้เราจุกอย่างหนักได้ ใช่มั้ยครับเนี่ย...

#1 By ซับบาธ... on 2008-05-21 19:22